ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในทุกวันนี้ส่งผลให้เราสามารถรับข่าวสารต่างๆ ได้รวดเร็วและหลากหลาย ปัญหาที่ตามมาจึงเป็นเรื่องของการจัดการข้อมูลมหาศาลในแต่ละวัน ว่าอะไรที่เราควรเชื่อ อะไรที่เราควรระวัง

เรามักจะพบว่าตามกรุ๊ปเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Line จะมีเพื่อนนำข่าวสารแปลกๆ หรือ คนรุ่นพ่อแม่ที่ห่วงใยลูกหลาน ส่งข่าวสารหรือข้อความมาเตือน หรือเราไปเจอ ไปเห็นตามโซเชียลต่างๆ โดยข่าวเหล่านั้นไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน ที่ทำให้เราเห็นแล้วต้องวิตกกังวล เช่น ข่าวว่าบัตร ATM จะใช้ไม่ได้ ต้องรีบไปเปลี่ยน, พายุสุริยะที่จะส่งผลบางอย่างทำให้มือถือแผ่รังสีที่เป็นอันตราย ฯลฯ เป็นต้น

ซึ่งข่าวเหล่านี้มักมีจุดร่วมเหมือนกันคือ “ความหวือหวา” และเล่น “ความกลัว” ของคน เพราะหากมันคือเรื่องจริง ชีวิตเราจะได้รับผลกระทบเต็มๆ

นี่คือสิ่งที่เราต้องถามตัวเองว่า ทันทีที่เราเห็นข่าวเหล่านี้ เราจะเชื่อโดยทันทีเลย หรือเราจะเช็คข้อมูลก่อนว่าข่าวนี้มันแค่เป็นข่าวน่าเชื่อหรือเปล่า?

ผมมีวิธีง่ายๆ มาแนะนำ เพื่อให้เราสามารถเช็คข่าวให้ชัวร์ ให้ได้ข้อเท็จจริง ก่อนตกลงใจว่าจะเชื่อหรือไม่ด้วยตัวเอง ซึ่งมีด้วยกัน 2 ข้อเท่านั้น

1. สังเกตแหล่งที่มา

เราจะพบว่าข่าวที่หวือหวา ข่าวลวง ข่าวดูน่าเชื่อส่วนใหญ่ มักมีที่มาของแหล่งข่าวที่ไม่ชัดเจน และมักจะเป็นลักษณะของข้อความมาแบบ copy & paste ต่อๆ กันมา หรือเป็นภาพที่ crop จากแหล่งข่าวมีชื่อเสียงหรือสำนักข่าวมีชื่อ ที่หากสังเกตดีๆ ก็จะพบว่ามันจะมีบางจุดดูไม่น่าเชื่อ เช่น ชื่อสำนักงานที่มีการต่อตัวเติมท้าย การใช้ภาพที่หวือหวา รุนแรง ไม่มีการเบลอ จนไม่น่าเชื่อว่าสำนักข่าวจริงๆ จะกล้านำเสนอ หรือหากเป็น url website ก็มักจะเป็น url ที่ไม่ใช่ของสำนักข่าว (แต่คล้ายมาก หากมองแบบผ่านๆ) ซึ่งหากเราพบอะไรแบบที่กล่าวมาให้สันนิษฐานว่าข่าวนั้นๆ ไม่เป็นความจริงไว้ก่อน

ที่มาข่าวที่น่าเชื่อถือ ควรมาจากสำนักข่าวที่มีชื่อเสียง มีชื่อ url จากเว็บไซต์ทางการที่ถูกต้อง หรือหากเป็นแหล่งที่มาที่ไม่ใช่สำนักข่าวโดยตรง ก็ขอให้เป็นเว็บที่มีเครดิตน่าเชื่อถือพอสมควร

2. ค้นหาข่าวด้วย Google

หรือใครจะถนัด Bing, Yahoo หรือ Baidu ในการค้นหาข้อมูลก็แล้วแต่สะดวก แต่เพื่อความชัวร์ เรานำคำสำคัญหรือข้อความจากข่าวนั้น ไปใช้ค้นหาข้อมูล และอย่าดูเพียงข้อมูลเดียว แต่ให้กดเข้าไปอ่านข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ข่าวลือเหล่านี้ จะหาข้อมูลไม่ค่อยเจอ หรือหากเจอก็จะอยู่ในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือเราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

แม้บางครั้งเราจะพบว่ามันคือ ข่าวจริง แต่เป็นข่าวจริงที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ผ่านมาแล้วหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งถูกผู้ไม่หวังดีนำมามาปล่อยมาลือกันอีกครั้ง ซึ่งต้องสังเกตดีๆ ไม่ใช่ว่าค้นเจอข่าวในสำนักข่าวหรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ แล้วก็จะเชื่อเลยทันที

วิธีการทั้ง 2 ข้อ เป็นเพียงวิธีการค้นหาข้อเท็จจริงง่ายๆ ในระดับผู้รับสารทั่วไป และไม่ยากเลยในการที่เราจะคืบค้น

แต่ในความเป็นจริงเราจะพบว่าหลายครั้ง เราก็ยังอาจพลาดไปหลงเชื่อข่าวลือ ข่าวน่าเชื่อต่างๆ ง่ายดายเกินไป เพียงเพราะเราเห็นหรือได้รับข่าวนั้นจากคนใกล้ชิดที่เราเชื่อมั่นในตัวเขา ซึ่งผมไม่ได้กำลังบอกว่า เราไม่ควรไว้ใจหรือระแวงคนใกล้ตัวที่ส่งข่าวมาให้เรา เพราะการที่เขาส่งหาเรานั้น เป็นเพราะเขาห่วงเรานั่นเอง

สิ่งที่เราควรทำในโลกยุคข่าวสารที่ใครก็สร้างได้แบบนี้ คือ การสืบหาข้อเท็จจริง เช็คข่าวให้ชัวร์ และบอกต่อคนรอบข้างเพื่อไม่ให้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อจากผู้ไม่หวังดีที่ปล่อยข่าวลวงออกมา…

ที่มาภาพ – kaboompics